Categories
อบรมเพื่อให้ความรู้

อบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งลำไส้เบื้องต้น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 ศ.เกียรติคุณ นพ. ศุภกร โรจนนินทร์ คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้กล่าวเปิดงาน อบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งลำไส้เบื้องต้นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อการคัดกรองอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จัดโดยศูนย์บริการสุขภาพ MFU Wellness Center โดยความร่วมมือจากสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ณ ห้องประดู่แดง 1 อาคาร พลเอก สำเภา ชูศรี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยมีคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการคันกรองมะเร็งลำไส้จาก โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดย นายแพทย์ วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ แพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ และ คุณโสภณา ว่องทวี พยาบาลวิชาชีพ มาให้ความรู้เรื่อง มะเร็งลำไส้เบื้องต้นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อการคัดกรองอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และการดูแลผู้ป่วยก่อน – หลัง ทำหัตถการโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

นายแพทย์ วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ

หลังจากนั้นเป็นการบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สำหรับโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยให้บริการสุขภาพ โดย คุณเบญญภา มุฆชานันท์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และ ผลงานการส่งต่อผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดย คุณจีรพัฒน์ ไชยผา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

Last Post

สูตรน้ำ Infused water
Infused water หรือน้ำหมักผลไม้ เป็นที่นิยมในต่างประเทศ โดยเฉพาะในหมู่คนรักสุขภาพ…

COVID-19 Infused water กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สุขภาพ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019


กิจกรรมที่ผ่านมา

Categories
Health Guide

สูตรน้ำ Infused water

Infused water หรือน้ำหมักผลไม้ เป็นที่นิยมในต่างประเทศ โดยเฉพาะในหมู่คนรักสุขภาพ โดยเฉพาะ
ตระกูลเบอร์รี่เมื่อนำมาทำ infused (infusion) สารละลายน้ำได้อย่างพวกให้สารสี เมื่อนำเอาไปตรวจสอบค่า ORAC แล้วพบว่าสูง (Oxygen Radical Absorbance Capacity คือค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของอาหารจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์) จึงเป็นที่มาว่า Infused water มีส่วนช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ (Antioxidant)

นอกเหนือจากนี้ Infused water ยังให้ผลในเรื่องการ Detox หรือระบายอ่อนๆ เมื่อดื่มตอนเช้าหลังจากตื่นนอนจะช่วยให้สดชื่น และได้รับวิตามินและเกลือแร่จากผักและผลไม้ชนิดนั้นๆ

น้ำที่ใช้สำหรับทำ Infused Water

1. น้ำแร่

2. น้ำสะอาด

3. น้ำแข็ง

วิธีการทำ

1. ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาด (ให้ล้างด้วยน้ำไหล โดยแช่ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านและคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที หรือแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด หรือใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด)

2. หั่นผักหรือผลไม้ใส่โถแก้วที่มีฝาผิด

3. เติมน้ำแร่หรือน้ำสะอาด หรือเพิ่มน้ำแข็ง ก่อนดื่ม

4. ปิดฝา แล้วน้ำไปแช่เย็นข้ามคืน จะได้น้ำหมักเข้มข้น

5. วิธีรับประทาน เติมน้ำแร่ น้ำสะอาด หรือน้ำแข็งเพิ่ม

ประโยชน์ของ Infused Water

การดื่ม Infused Water มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกับการดื่มน้ำ โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันประโยชน์ด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ลดน้ำหนัก การดื่ม Infused Water ช่วยลดน้ำหนักได้เช่นเดียวกับการดื่มน้ำ เนื่องจากการดื่มน้ำจะช่วยกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึมซึ่งทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น จากการวิจัยพบว่า การดื่มน้ำปริมาณครึ่งลิตรจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหารให้เร็วขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ในเวลา 1 ชั่วโมง โดยผู้ที่เผชิญภาวะน้ำหนักเกินที่ดื่มน้ำครึ่งลิตรก่อนรับประทานอาหาร อาจมีน้ำหนักตัวลดลงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มน้ำถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจเกิดจากกระบวนการเมตาบอลิซึม หรือความอยากอาหารที่ลดลงหลังการดื่มน้ำ

2. ปรับอารมณ์และเพิ่มพลังงาน ภาวะขาดน้ำอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ระดับพลังงานและความเข้มข้นของของเหลวในร่างกาย จากงานวิจัยพบว่า ภาวะขาดน้ำอาจทำให้อารมณ์แปรปรวน ระดับความเข้มข้นของของเหลวในร่างกายลดลง และอาจทำให้รู้สึกปวดศีรษะได้ ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำหรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นในปริมาณที่เหมาะสม

3. กระตุ้นระบบย่อยอาหาร ร่างกายต้องการน้ำเพื่อช่วยในการทำงานของระบบต่าง ๆ รวมทั้งระบบย่อยอาหารด้วย โดยภาวะขาดน้ำเรื้อรังอาจเป็นสาเหตุของอาการท้องผูกได้ ซึ่งทำให้ผู้ที่ท้องผูกรู้สึกตัวบวมและเฉื่อยชา การดื่มน้ำมากขึ้นจึงช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น และป้องกันปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ในระบบย่อยอาหารที่อาจเกิดจากภาวะขาดน้ำได้

4. เสริมภูมิคุ้มกัน การรับประทานผัก ผลไม้ หรือการดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำจะช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกายได้ แต่ปริมาณวิตามินและเกลือแร่ที่ได้รับจากการดื่ม Infused Water นั้นมีน้อยมากเมื่อเทียบกับการรับประทานอาหารจำพวกผักผลไม้โดยตรง ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ ควรรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันด้วย

คุณค่าสารอาหารจาก Infused Water

คุณค่าสารอาหารที่ได้จากการดื่ม Infused Water โดยแท้จริงแล้วช่วยให้เราได้ดื่มน้ำระหว่างวันมากขึ้น ได้รับ Antioxidant และวิตามินที่ละลายน้ำได้บางส่วน

วิตามินกลุ่มที่ละลายได้ในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม วิตามินบีรวมยังแบ่งย่อยออกเป็นอีกหลายชนิด เช่น วิตามินบีหนึ่ง

วิตามินบีสอง วิตามินหก วิตามินสิบสอง ไนอะซิน กรดโฟลิก กรดแพนโททินิก และไบโอติน เป็นต้น ร่างกายไม่สามารถสะสม

วิตามินกลุ่มนี้ได้ เพราะมีสมบัติละลายได้ดีในน้ำ ดังนั้นร่างกายจำเป็นต้องได้รับวิตามินกลุ่มนี้อย่างเพียงพอจากอาหารทุกวัน

และต้องคำนึงไว้เสมอว่าวิตามินที่ละลายในน้ำบางชนิดสูญเสียในระหว่างการปรุงอาหาร ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินลดน้อยลง

หากร่างกายได้รับมากเกินไป ส่วนที่มากเกินพอจะถูกขับออกทางปัสสาวะ วิตามินบีรวมส่วนใหญ่จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการทำงานของเอนไซม์ เรียกว่า “โคเอนโซม์” ซึ่งเกี่ยวข้องในเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน และกรดนิวคลีอิก ดังนั้นวิตามินบีรวมจึงมีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง

สูตรที่นำเสนอ

1. เลม่อน ตะไคร้ หรือสูตรสดชื่น ก่อนทานแนะนำให้ดมกลิ่น จะได้กลิ่นของเลม่อนและตะไคร้ (ช่วยในการเจริญอาหาร บรรเทาอาการหวัด อาการไอ ช่วยรักษาอาการไข้ และเป็นยาแก้ขับลม , เลม่อน วิตามินซีในเลม่อนอาจช่วยลดระดับของน้ำตาลกลูโคสในเลือด ช่วยในการย่อยอาหาร โพแทสเซียมในเลม่อนช่วยต่อสู้กับปัญหาที่เกี่ยวกับหัวใจ)

2. Mixed Berries ให้ ORAC สูง มีส่วนช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ (Antioxidant) บำรุงสายตา


Last Post
Categories
ข่าวสาร

โคโรนาไวรัส Novel Coronavirus (2019-nCoV)

โคโรนาไวรัส Novel Coronavirus (2019-nCoV)

สถิติผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส Novel Coronavirus (2019-nCoV) ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน 2,737 ราย และจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก 2,794 ราย โดยอ้างอิงข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO)  ส่วนในประเทศไทย ณ ขนาดนี้พบผู้ติดเชื้อ 8 ราย

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงประกาศมาตรการเฝ้าระวังการระบาดของไวรัสโคโรนา coronavirus (2019-nCoV) เพื่อแจ้งให้นักศึกษาและบุคลาการได้ตระหนักและหาวิธีป้องกันตนเอง

ต่อมา วันที่ 27 มกราคม 2563 ศูนย์บริการสุขภาพ MFU Wellness Center ได้รับหมอบหมายให้ตั้งจุดให้ความรู้เพื่อป้องกันตนเองจากโคโรนาไวรัสอย่างถูกวิธีแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ณ โรงอาหาร D1 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

Categories
อบรมเพื่อให้ความรู้

รู้ทันโรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ระบบประสาทผู้สูงอายุ สมองเสื่อม ระบาดวิทยา เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
บรรยายเรื่อง แนวทางการดำเนินชีวิตสู่การมีสุขภาพสมองที่ดีและวิธีการป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองและระบบประสาทสัมผัสถูกทำลาย และกรณีศึกษาและแนวทางประเมินตนเองเบื้องต้นเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับภาวะสมอง เสื่อมและอัลไซเมอร์ ณ ห้องประชุมคำมอกหลวง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ภายในงานประกอบด้วยบูธต่างๆ อาทิเช่น บูธโภชนาการได้นำเสนอเกี่ยวกับอาหารที่ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมและดีต่อสุขภาพรวมไปถึงแนะนำและให้ความรู้วัตถุดิบที่ให้ประโยชน์ต่างๆที่บำรุงสมอง โดยนักโภชนาการ บูธกายภาพได้นำเอาเกมส์ที่ชื่อว่า ซูโดกุ มาให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทดลองเล่นเพื่อฝึกคิดและให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกทดสอบสมองจากแบบทดสอบ

ทางศูนย์บริการสุขภาพ ได้หยิบยกบทความ 11 วิธี  ดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมด้านพฤติกรรม ของ ศ.นพ.วีรศักดิ์ มาฝากผู้อ่านเพื่อนำไปปรับใช้กลับผู้สูงอายุที่บ้าน

“ยายหิว ขอยายกินข้าวหน่อย”
“คุณยาย คุณยายกินไปแล้ว จำไม่ได้หรือคะ อ่ะ..อ่ะ เดี๋ยวหนูป้อนให้นะ หิวใช่ไหมคะ”           

 สำหรับผู้มีภาวะสมองเสื่อมมักมีปัญหาด้านความจำ ตามมาด้วยอารมณ์และพฤติกรรม ที่ค่อนข้างมาก และมักส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของคนไข้ ผู้ดูแล และครอบครัวมากทีเดียว โดยทั่วไปไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาเดียวกันในคนไข้ทุกรายได้ ดังนั้นผู้ดูแลและครอบครัวควรพยายามหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับคนไข้ของคุณ

            เนื่องในวันอัลไซเมอร์โลก 21 กันยายนที่จะถึงนี้ มีคำแนะนำทั่วไปในการดูแลผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมด้านอารมณ์และพฤติกรรมมาฝากดังนี้ครับ

            1.ผู้ดูแลและครอบครัวของคนไข้ ควรทำความเข้าใจกับภาวะสมองเสื่อมให้ดี ไม่ว่าจากการอ่านหนังสือ บทความ ฟังข้อมูลทางวิทยุ ดูโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ต หรืออาจปรึกษาหมอผู้ดูแลคนไข้ ซึ่งหากมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้มากเท่าใด จะทำให้สามารถหาวิธีรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
            2.ทำความเข้าใจกับคนไข้ วิธีนี้ใช้ได้ในกรณีที่คนไข้ยังมีปัญหาสมองเสื่อมไม่มาก ที่ยังพอเข้าใจความรู้สึกและการอธิบายของผู้ดูแล ถ้าคนไข้ยังหลงลืมไม่มาก อาจยังยอมรับได้กับการอธิบายถึงข้อจำกัดของตนเองที่เปลี่ยนแปลงไป
            3.แก้ไขอารมณ์และพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากที่สุดก่อน คนไข้มักมีหลายปัญหาร่วมกันการแก้ไขปัญหาหลายอย่างพร้อม ๆ กันอาจทำได้ยาก แต่หากแก้ปัญหาที่สำคัญสุด แม้เพียงปัญหาเดียวก็อาจทำให้การดูแลคนไข้ง่ายขึ้นมาก
            4.ผู้ดูแลคนไข้ ควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ เนื่องจากการที่ต้องดูแลคนไข้ภาวะสมองเสื่อมติดต่อกันตลอด ทำให้เกิดความอ่อนล้า เครียด ความอดทนลดลงและหงุดหงิดง่าย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดูแลในระยะยาว 

            5.ใช้สัญชาตญาณและจินตนาการให้มาก อย่าไปยึดติดกับความถูกต้องทั้งหมด เช่น ถ้าคนไข้ยืนยันความต้องการในการสวมหมวกเวลานอน ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่มีอันตรายก็ไม่ควรห้าม เป็นต้น 
            6.พยายามทำจิตใจให้สดใส มีอารมณ์สดชื่น สนุกสนาน คนไข้ภาวะสมองเสื่อมยังต้องการความสนุกสนานอยู่ ถ้าผู้ดูแลอารมณ์ดี จะมีผลที่ดีต่อการดูแลคนไข้
            7.พยายามจัดรูปแบบการดูแลที่สม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา สามารถคาดการณ์ได้ เช่น การรับประทานอาหาร ยา การออกกำลังกาย อาบน้ำ หรือแม้กระทั่งการเข้านอน ให้มีเวลาที่ค่อนข้างคงที่ ทำด้วยวิธีเดิม ๆ ในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน คนไข้อาจค่อย ๆ เรียนรู้ได้ทีละเล็ก ทีละน้อย รวมทั้งพยายามปรับสิ่งรอบตัวให้เรียบง่าย เช่น ไม่เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ในบ้านบ่อย ๆ
            8.พยายามพูดสื่อสารกับคนไข้เป็นประจำ อธิบายสั้น ๆ ว่า กำลังทำอะไรเป็นขั้น ๆ ทีละขั้นตอน เช่น การอาบน้ำ คนทั่วไปมักไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนไข้ภาวะสมองเสื่อม ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน ดังนั้นผู้ดูแลควรอธิบายให้คนไข้ทำทีละขั้น บางครั้งการดูแลคนไข้ในกิจกรรมเดิม ๆ อาจเข้าใจว่าคนไข้น่าจะเข้าใจและจำได้ แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ทางที่ดีควรให้คนไข้มีส่วนในการตัดสินใจด้วยจะดีกว่า 
            9.หลีกเลี่ยงการพูดถึงคนไข้ต่อหน้า โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์คนไข้ และพยายามเตือนผู้อื่นไม่ให้ทำเช่นนั้น
            10.ควรได้รับการใส่สร้อยหรือสร้อยข้อมือที่มีป้ายบอก ว่าคนไข้มีปัญหาด้านความจำและหมายเลขติดต่อกลับ วิธีนี้จะช่วยลดความวุ่นวายในการตามหาตัวได้ หากคนไข้เดินออกนอกบ้านโดยไม่มีใครรู้   
            11.พยายามให้คนไข้ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ บ้าง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและทำให้เขารู้สึกว่ามีส่วนร่วมในครอบครัวและชีวิตมีความหมาย แต่หลีกเลี่ยงการกระตุ้นหรือพยายามฝืนคนไข้จนเกินไป เนื่องจากอาจทำให้เขาหงุดหงิดและทำให้ผู้ดูแลอารมณ์เสียได้เช่นกัน

      หวังว่าผู้ดูแลและคนในครอบครัว จะนำมาปรับใช้ เข้าทำนองว่า “ยิ่งรู้ ยิ่งอภัย” กับคนไข้นะครับ.  

บทความอ้างอิง : https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=767

 

Categories
อบรมเพื่อให้ความรู้

กินดี อยู่ดี มีสุข ครั้งที่ 2

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์บริการสุขภาพได้จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการที่ถูกต้องสำหรับทหารเกณฑ์ใหม่ แนะนำการเลือกบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ การอ่านฉลากโภชนาการอย่างถูกต้อง ตามหลักการ กินดี โดย นางสาวนฤมล ชุมภูทอง นักโภชนาการ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อีกทั้งยังได้รับฟังแนวทางการปรับวิธีคิด เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตจากการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ใหม่ และเพื่อนใหม่ และยังได้เรียนรู้การปรับวิธีคิดบวก เพื่อให้เกิดการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดย อาจารย์เฉลิมพรรณ เมฆลอย สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

“ของมีประโยชน์มีอยู่รอบตัว อยู่ที่ตัวเราว่าจะเลือกกินยังไง”

ทหารเกณฑ์ที่เข้ามารับราชการตามกฎหมาย ตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 2 ปีทุกคนจะถูกปฏิบัติเหมือนกันหมดในห้วงเวลา 10 สัปดาห์แรกเพื่อให้ทุกคนปรับตัวเข้าหากันและทำตามกฎระเบียบ การทำกิจกรรม การเรียนในวิชาทหาร การรับประทานอาหาร จะถูกกำหนดไว้ ซึ่งมันทำให้เราเข้าไปมีบทบาทในช่วงเวลานี้ได้ไม่มากนัก

สิ่งที่เราต้องการทำคือหลังจากที่เค้าผ่านช่วงของการฝึก 10 สัปดาห์แรกไปก่อน การแนะนำและส่งเสริมให้เหล่าพลทหารเลือกที่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยฝึกให้อ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก่อนรับประทาน เลือกวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ดีต่อสุขภาพในการปรุงอาหาร เช่น ซอสหอยนางรมแบบลดโซเดียม สารแทนความหวานแทนน้ำตาลทราย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เค้าไม่เสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆในอนาคตได้

Spread the word

Categories
อบรมเพื่อให้ความรู้

อบรมทำขนมอบเพื่อสุขภาพ

เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย 2562 ที่ผ่านมาศูนย์บริการสุขภาพได้จัดกิจกรรมทำขนมอบเพื่อสุขภาพ โดย อ.ปิยะนาฎ จันทร์กระจ่าง เจ้าของโรงเรียนสอนทำขนมนิวไอเดีย เชียงราย ให้เกียรติเป็นวิทยากรสอนทำขนมอบ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมอบรม สามารถเลือกวัตถุดิบในการปรุงขนมและได้ฝึกปฏิบัติปรุงอาหารว่างเพื่อสุขภาพ ด้วยตนเอง

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าในสังคมไทยนั้น ได้มีการนำเอาอาหาร ขนมของชาวตะวันตกเข้ามาในประเทศอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นขนม อาหารว่าง อาหารหลัก  และที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทขนมอบ ซึ่งมีทั้งที่เป็น อาหารหลัก ทั้งของว่าง ผลิตภัณฑ์ขนมอบ มีผู้นิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวางทุกเพศทุกวัย วัตถุดิบหลักที่ใช้ทำขนมอบ เช่น เนย น้ำตาล และแป้ง  ถ้าหากมองในแง่ของรสชาติ แล้วส่วนผสมดังกล่าวคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำขนมอบให้อร่อย

ในชั้นเรียนนี้จะสอนการทำขนมเพื่อสุขภาพ 2 อย่าง คือ 1.ทาร์ตมันม่วง ซึ่งเจ้ามันม่วงก็อุดมไปด้วยพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแอนโทไซยานิน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในเฉพาะผัก ผลไม้ และพืชที่มีสีม่วง แดง และน้ำเงินเท่านั้น 

 2.บานอฟฟี่ (Banoffee) มาจากคำว่า Banana ( กล้วย ) กับ Toffee ( คาราเมล ) บานอฟฟี่มีหลายรูปแบบ สามารถทำใส่ถ้วย หรือจะทำเป็นปอนด์ ที่เรียกว่า บานอฟฟี่ พาย ก็ได้เช่นกัน บานอฟฟี่เป็นขนมหวานสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ส่วนประกอบหลักๆคือ ฐานของขนมที่ทำจากแครกเกอร์ บิสกิต หรือคุกกี้ บดละเอียด ทอฟฟี่คาราเมล กล้วยหอม และตกแต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม  บีบเป็นรูปทรงต่างๆ คาราเมลที่ใช้ในบานอฟฟี่มีวิธีทำหลากหลายสูตร เช่น คาราเมลสำเร็จรูป หรือคาราเมลแบบที่ทำจากน้ำตาล เนย นมข้นหวาน นำมาเคี่ยว หรือคาราเมลแบบที่นำนมข้นหวานต้มจนเป็นสีน้ำตาล  วิธีการคือ ตั้งน้ำที่ไฟปานกลางและนำกระป๋องนมข้นลงไปต้มทั้งกระป๋องโดยไม่ต้องเปิดฝา ต้มประมาณ 2 ชม. (หากต้องการให้คาราเมลมีสีน้ำตาลเข้มมากก็ให้ต้มนานขึ้น) ซึ่งการทำทอฟฟี่คาราเมลวิธีนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน หลายๆสูตรจึงนิยมทำคาราเมลโดยใช้น้ำตาลทรายผสมกับนมข้นหวานแทน     

ส่วนฐานบานอฟฟี่อาจเลือกใช้ไดเจสทีฟบิสกิต คุกกี้เนย คุกกี้ช็อกโกแลต หรือแครกเกอร์รสที่ชอบ ก่อนทำ บดให้ละเอียดคลุกเคล้ากับเนยละลายให้เข้ากันแล้วกรุลงพิมพ์ และที่สำคัญคือต้องแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาให้ฐานเซ็ทตัวอย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป ส่วนขั้นตอนการทำคาราเมลแบบที่ใช้น้ำตาล เมื่อต้มน้ำตาลด้วยไฟกลาง(ใช้หม้อที่ทนความร้อน)จนน้ำตาลละลายเป็นสีอำพันตามต้องการแล้ว ใส่วิปปิ้งครีมอุ่นลงไป เพื่อไม่ให้คาราเมลกระเด็น และตามด้วยใส่ส่วนผสมที่เหลือ เช่น นมข้นหวาน เนย หรือเกลือ

แต่ในด้านโภชนาการนั้น ส่วนผสมหลักในการทำขนมอบ นั้นล้วนให้พลังงานสูง จึงไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพมากนัก กระแสการรักษาสุขภาพในช่วงยุคนี้มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหลายคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นทั้งการออกกำลังกายหรือการทำอาหารเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบขนมหวานหรือขนมอบนั้นเมนูขนมอบเพื่อสุขภาพคงตอบสนองความต้องการได้ไม่น้อย เพราะสามารถรับประทานขนมที่ชอบพร้อมกับการได้คุณค่าทางโภชนาการที่ดี พลังงานที่เหมาะสม 

ศูนย์บริการสุขภาพฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญของอาหารว่างเพื่อสุขภาพจึงจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทุกช่วงวัยในการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เน้นวัตถุดิบที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ในการปรุงขนมหวานและผลิตภัณฑ์ขนมอบ อย่างง่ายๆที่ทำได้ด้วยตนเอง 

อ้างอิง http://www.ottokitchenclub.com

Categories
อบรมเพื่อให้ความรู้

หลักสูตรอบรมการนวดฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างพลังชีวิต” รุ่นที่ 2

วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.2562 ที่ผ่านมา ศูนย์บริการสุขภาพได้จัดโครงการ “หลักสูตรอบรมการนวดฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างพลังชีวิต” รุ่นที่ 2 เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจในหัวข้อ สุคนธบำบัด (Aromatherapy) สาธิตการผสมนํ้ามันหอมระเหยที่ใช้ในสปา โดย รศ.ดร.มยุรี กัลยาวัฒนกุล สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ หลักการนวดน้ำมันหอมระเหย (Aromatherapy Massage) 
โดย อ.ปณดา รามไพบูลย์ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย.2562 ชมสาธิตการนวดกดจุดสะท้อนเท้า 62 จุด (Foot Reflex) และลงมือปฏิบัติ โดย นางสาวนภัสวรรณ เผ่าจำรูญ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ต่อมาในช่วงบ่าย ชมสาธิตและฝึกปฏิบัติการนวดสําหรับนักกีฬา (Sport Massage)โดย อ.ศิริกูล กลํากูล ่ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สํานักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
เรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ในงานสปา โดย อ.ไสว หวานเสร็จ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

Categories
อบรมเพื่อให้ความรู้

พัฒนาการที่ดีสร้างได้จากการเล่น

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาาทงศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้จัดโครงการอบรม “พัฒนาการที่ดีสร้างได้จากการเล่น” ร่วมรับฟังการบรรยาย หัวข้อ การสังเกตพัฒนาการที่ผิดปกติในกลุ่มเด็กปฐมวัย การเล่นเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในเด็กการเลือกและการเล่นเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย โดย ผศ.ดร.สรินยา ศรีเพชราวุธ ผู้เชี่ยวชาญในด้านพัฒนาการเด็ก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ด้วยสังคมและเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้พ่อแม่หลายคนเป็นกังวลกับพฤติกรรมของลูกเนื่องจากพ่อแม่มีเวลาในการดูแลลูกน้อยลง ต้องฝากลูกไว้กับ ปู่ย่า ตายาย พี่เลี้ยง หรือเทคโนโลยีทั้งจากโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ต ทำให้เด็กหลายๆคนเมื่อไปโรงเรียน คุณครูจะแจ้งว่าเด็กมีปัญหาพัฒนาการล่าช้า ไม่สามารถเรียนหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆได้

เมื่อค้นหาสาเหตุจะพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากการเลี้ยงดูที่ผิดวิธีทำให้เด็กมีพัฒนาการไม่เหมาะสมตามวัย  ศูนย์บริการสุขภาพฯ ได้เล็งเห็นปัญหาในด้านนี้ จึงจัดโครงการอบรมเรื่อง “พัฒนาการที่ดีสร้างได้จากการเล่น ” เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเรื่องการเลี้ยงลูก เพื่อปรับแนวความคิดพ่อแม่ ผู้ปกครองให้เป็นผู้เฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการของลูกให้เป็นเด็กปกติ มีความเฉี่ยวฉลาด รู้จักรอคอยและให้เกรียติผู้อื่น และรู้จักปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจลักษณะการกำหนดกิจกรรมที่สามารถส่งเสริมพัฒนาการทางบวกในการเลี้ยงเด็กได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถสังเกตและกระตุ้นพัฒนาการของเด็กจากการเล่นได้อย่างถูกต้องเหมาะสมอีกทั้งยังให้กลุ่มเป้าหมายจากการคัดกรองตรวจสุขภาพพัฒนาการเด็กสามารถเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

Categories
อบรมเพื่อให้ความรู้

มหัศจรรย์ 1000 วันแรก

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2562 ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ประเสร็จ ผลิตผลการพิมพ์ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กตั้งแต่เกิดจนถึง 1,000 วัน ในกิจกรรม “มหัศจรรย์ 1,000 วันแรก ของชีวิตสำคัญที่สุดต่อสมอง เพื่อเด็กไทยพัฒนาการสมวัย”

นายแพทย์ประเสร็จ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย นอกจากความเชี่ยวชาญด้านจิตเวชแล้ว ยังเป็นนักเขียนและคอลัมนิสต์ให้สิ่งพิมพ์และเว็บไซต์หลายแห่ง มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร พ็อกเก็ตบุ๊ค และเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั้งผลงานด้านวิชาการ จิตเวช พัฒนาการวัยเด็กและวัยรุ่น ระบบสุขภาพ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจารณ์การ์ตูน

โดยครั้งนี้ท่านได้พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่ส่งผลต่อเด็กทั้งทางลบและทางบวก การวางตัวของพ่อแม่ผู้ปกครองยังไงเพื่อให้ลูกไม่รู้สึกถูกบังคับรวมไปถึงเคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้เก่ง ฉลาด เป็นคนดี มีความรับผิดชอบ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย

สุดท้ายนี้หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านจะเก็บเกี่ยวความรู้จากคุณหมอกลับไปปรับใช้กับลูกของตนเองได้ไม่มากก็น้อย เพื่อพัฒนาการที่สมบูณของเด็กไทย

Categories
ข่าวสาร

พิธีดำหัวปีใหม่ พ.ศ.2562

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้จัดพิธีรดน้ำดำหัวอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้น โดยใช้ชื่องานว่า “ส้มป่อย มวลบุปผา สูมา ปฐมาธิการบดี” ณ ห้องประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

เวลา 15.30 น. ขบวนแห่กลองและพานดอกไม้เพื่อสักการะอนุสาวรย์สมเด็จย่าเดินทางมาถึงยังลานดาว หลังจากนั้น ผศ. ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
รศ. ชุษณะ รุ่งปัจฉิม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทำพิธีวางพานดอกไม้และรดน้ำบริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า

เวลาต่อมา รศ. ดร. ชยาพร วัฒนศิริ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นตัวแทนขึ้นกล่าวคำขอสูมาแด่อธิการบดี เพื่อเป็นการขออภัยในสิ่งที่ล่วงเกินทั้งกายและใจ จากนั้นแต่ละหน่วยงานทยอยขึ้นไปมอบของที่ระลึกและน้ำส้มป่อยแก่อธิการบดีพร้อมรับพรจากอธิการบดีร่วมกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข ชื่นมื่น โดย พ.ต.ท.หญิง บุญทิวา บุณยืน หัวหน้าศูนย์บริการสุขภาพและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมทั้ง รศ. ชุษณะ รุ่งปัจฉิม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำคณะทำงานมอบของดำหัวอธิการบดี พร้อมรับฟังคำสอนและคำอวยพรจากอธิการบดีต่อไป