Health Guide

โควิด-19 กับการดูแลจิตใจ

การดูแลจิตใจสำหรับบุคคลทั่วไป

การดูแลตนเองในภาวะที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น นอกจากที่ต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดแล้วนั้น การดูแลทางด้านจิตใจก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเช่นกัน เพราะหากสุขภาพจิตไม่ดีย่อมส่งมีผลกระทบต่อสุขภาพกายและการดำเนินชีวิต ดังนั้นแนวทางในการดูแลจิตใจของตนเองในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีดังนี

1. สติ ควรตั้งสติอยู่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความรู้สึกวิตกกังวลจากสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

2. สงบ เปิดรับข่าวสารอย่างเหมาะสมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และไม่ควรใช้เวลาในการรับสื่อที่มากจนเกินไป หากิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด เช่น การฝึกการหายใจ การดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น

3. ใส่ใจ ใส่ใจตนเอง ค้นหาศักยภาพของตนเองว่าสามารถเรียนรู้ หรือทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน หรืออยากทำแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ

4. สร้างพลังใจ เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองว่าสามารถจัดการปัญหา อุปสรรคที่เผชิญอยู่ได้ พูดกับตัวเองด้วยคำพูดเชิงบวก เช่น “ทุกอย่างจะผ่านพ้นไป” “ฉันต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้ให้ได้” เป็นต้น  และปรับเปลี่ยนมุมมองออกจากเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ หาสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี เกิดพลังบวกในการดำเนินชีวิต

5. สัมพันธภาพ ถึงแม้ว่าต้องแยก รักษาระยะห่างจากบุคคลอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะติดต่อกันไม่ได้ ดังนั้นควรรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่นไว้ ติดต่อกับคนรู้จัก เพื่อน เพื่อพูดคุย รับฟัง เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

การดูแลจิตใจสำหรับเด็ก

ช่วงที่เด็กๆ ต้องอยู่บ้าน เรียนออนไลน์อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจทำให้เด็กรู้สึกเบื่อ ไม่มีความสุข หรือกลัว ดังนั้นการดูแลจิตใจของเด็กนั้นจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น โดยมีแนวทางในการปฏิบัติดังนี

1. ชวนคุย ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของเด็กและชวนเด็กพูดคุย สอบถามเด็กว่าเค้าคิดหรือรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ข้อมูลข่าวสารที่เค้าได้รับนั้นมีอะไรบ้าง หากเป็นข้อมูลที่เข้าใจผิดก็จะได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยการสื่อสารกับเด็กๆ นั้นควรใช้ภาษาที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย อาจใช้รูปภาพหรือการ์ตูนเป็นสื่อประกอบ

2. ชวนดูแลป้องกันตัวเอง สอนเด็กให้รู้จักวิธีการป้องกันตัวเองที่ถูกต้อง เช่น วิธีการล้างมือ การสวมใส่หน้ากากอนามัย การไม่เอามือมาจับหน้า จับตา ขยี้หน้า ขยี้ตา หรือเอามือเข้าปาก เป็นต้น โดยพ่อ แม่ หรือผู้ดูแลควรปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กด้วย

3. ส่งเสริมกิจกรรม ควรสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กสนใจ หรือให้เด็กช่วยเหลืองานบ้านตามศักยภาพของเด็ก อาจให้รางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจและให้เด็กรู้สึกสนุกกับการทำกิจกรรม นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกความรับผิดชอบให้กับเด็กอีกทางหนึ่งด้วย

4. สร้างความรู้สึกปลอดภัย เด็กบางคนอาจกลัวว่า ถ้าพ่อแม่ติดเชื้อจะเสียชีวิต ดังนั้นการสร้างความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัยให้กับเด็กว่าพ่อกับแม่จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี และเค้าก็จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเช่นกัน

ทั้งนี้ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตและจัดการอารมณ์ตนเองให้เหมาะสม เพราะเด็กๆ สามารถรับรู้อารมณ์ของผู้ใหญ่ได้ดี หากผู้ปกครองมีอารมณ์หงุดหงิดหรือโกรธควรตั้งสติและสงบอารมณ์ก่อนที่จะสนทนากับเด็ก หากไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตนเองได้ ควรขอความช่วยเหลือ เช่น สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323 เป็นต้น

การดูแลจิตใจสำหรับผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาจเกิดผลกระทบที่รุนแรงได้ จึงมักพบว่าจะมีการแยกผู้สูงอายุออกจากลูกหลาน เช่น ให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในห้องของตนเอง พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์หรือไลน์ ลูกหลานดูแลอยู่ห่างๆ ซึ่งพบว่ามักจะส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุได้ โดยปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อย ได้แก่ วิตกกังวล เครียด และอาจมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย ดังนั้นญาติหรือผู้ดูแลสามารถช่วยลดหรือจัดการความวิตกกังวลให้กับผู้สูงอายุได้ดังนี้

1. สังเกต สังเกตพฤติกรรมของผู้สูงอายุว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ เช่น หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย ไม่มีสมาธิ รับประทานอาหารได้น้อยลง นอนไม่หลับ เป็นต้น

2. ใส่ใจ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ระบายความรู้สึกโดยมีท่าทีที่ใส่ใจในการรับฟัง ให้กำลังใจและชื่นชมเมื่อผู้สูงอายุปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ

3. สื่อสาร ควรใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ผู้สูงอายุบางท่านอาจมีปัญหาทางด้านการได้ยิน หรือการเข้าใจในข้อมูล ดังนั้นผู้สื่อสารจึงควรใจเย็น อดทน เพราะอาจต้องพูดเพื่อสื่อสารหลายครั้ง

4. ส่งเสริม พยายามกระตุ้นหรือชวนผู้สูงอายุให้ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น การเดินออกกำลังกายบริเวณบ้าน การร้องเพลง การสวดมนต์ หรือกิจกรรมที่ผู้สูงอายุชอบโดยหลีกเลี่ยงการออกไปนอกบ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโควิด-19 แต่หากจำเป็นก็ต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด

หากพบว่าผู้สูงอายุมีความวิตกกังวล หรือเครียดมากกว่าปกติ หรือซึมเศร้า ควรขอรับการปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน

เรียบเรียงโดย อาจารย์ ดร. พิมพ์รัตน์ บุณยะภักดิ์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์  กลุ่มสาขาวิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

Training

Check up

Health Guide

Community Health Network

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *